หน้าแรกTopRAM เท่าไหร่ถึงจะดี เล่นเกมยุคนี้ต้องใช้แรมเท่าไหร่

RAM เท่าไหร่ถึงจะดี เล่นเกมยุคนี้ต้องใช้แรมเท่าไหร่

- Advertisement -

การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค สิ่งหนึ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ คือ ความจุของแรมมักมาพร้อมกับคำถามที่ว่า RAM เท่าไหร่ถึงจะดี หากใช้งานทั่วไปอย่างดูหนัง ฟังเพลง พิมพ์งานเอกสาร แรมแค่ 4GB ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเล่นเกมด้วยอย่างน้อยต้องเพิ่มความจุของแรมหรืออัปเกรดใหม่

RAM เท่าไหร่ถึงจะดี

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันแรม 4GB คงไม่พอถึงแม้จะไม่ใช้เล่นเกมเป็นหลัก แต่คอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่อัปเกรดเป็นระบบปฏิบัติการ Windows 10 หรือ Windows 11 ที่ต้องใช้หน่วยความจำเพิ่มขึ้นเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานและความเร็วของอุปกรณ์ ดังนั้นคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คจำเป็นต้องมีแรมอย่างน้อย 8GB ขึ้นไป

เล่นเกมต้องมี RAM เท่าไหร่

RAM เท่าไหร่ถึงจะดี

เล่นเกม RAM ไม่พอถือเป็นปัญหาโลกแตกของผู้เล่นฝั่ง pc และ notebook ยิ่งเป็นเกมออกใหม่ระดับ Next Gen ความต้องการของระบบยิ่งสูงตามสเปคที่ถูกกำหนดไว้ โดยทั่วไปจะมีการกำหนดสเปคขั้นต่ำและขั้นแนะนำของระบบ ซึ่งในส่วนของ RAM มักนิยมแบ่งความจุออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้

  • RAM – 4 GB เป็นความจุของแรมมาตรฐานในคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ครุ่นเก่านับอายุเกือบ 10 ปี แต่ยังสามารถใช้งานได้รวมถึงเล่นเกมบางเกมอาจเป็นเกมเก่าๆ ภาพกราฟิก 2D ที่ใช้หน่วยความจำไม่เยอะ ปัจจุบันนักพัฒนาเกมมักกำหนดให้อยู่ในส่วนของความต้องการของระบบขั้นต่ำ
  • RAM – 8 GB ยกระดับขึ้นมาเล็กน้อยสำหรับความจุของแรม 8GB อาจดูไม่เยอะในสายตาของเกมเมอร์บางคน แต่ก็เพียงพอในการเล่นเกมยุคปัจจุบัน
  • RAM – 16 GB เพิ่มความจุเข้าไปอีก 8GB รองรับการเล่นเกมหนักๆที่กินทรัพยากรเครื่องมากเป็นพิเศษ ซึ่งแรมความจุขนาด 16GB ถือว่าเอาอยู่ไม่ว่าจะเป็นเกมเก่าหรือเกมออกใหม่ อีกทั้งหน่วยความจำเหลือพอจะเปิดโปรแกรมอื่นทั้งดูหนังฟังเพลงควบคู่กับการเล่นเกมได้อย่างเพลิดเพลิน
  • RAM – 32 GB หากงบเหลือจัดไปให้สุดกับความจุแรม 32GB ที่น้อยคนจะใช้สเปคระดับนี้เล่นเกมเพราะอาจดูเกินความจำเป็น แต่ถ้าวางแผนไว้เผื่ออนาคตก็น่าสนใจไม่น้อย นอกจากนี้ใช้เล่นเกมเป็นหลักแล้วยังสามารถสตรีมมิ่ง ตัดต่อวีดีโอ หรือทำงานด้วยโปรแกรมที่ต้องใช้หน่วยความจำเยอะ ตามมาตราฐานของสเปคระดับไฮเอน

อย่างไรก็ตาม RAM ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดว่าอุปกรณ์นั้นเล่นเกมได้อย่างราบรื่น แต่ยังต้องอิงถึงองค์ประกอบหลักอย่างหน่วยประมวลผล (CPU) และการ์ดจอ (GPU) รวมถึงสิ่งที่มาคู่กับแรม DDR และ BUS ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลระหว่างหน่วยประมวล และยิ่งแรมที่มีบัสสูง ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลก็จะมากขึ้นตามไปด้วย

- Advertisement -

ข่าวเกมมือถือ

เกมไกด์